head-banpongjed-min
วันที่ 1 มีนาคม 2021 10:32 AM
ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ โรงเรียนบ้านโป่งเจ็ด
โรงเรียนบ้านโป่งเจ็ด
หน้าหลัก » นานาสาระ » สัญญาณอันตรายในโลกโซเชียล

สัญญาณอันตรายในโลกโซเชียล

อัพเดทวันที่ 31 มกราคม 2021

สัญญาณอันตรายในโลกโซเชียล

โซเชียล

 

           โซเชียล ปัจจุบันคนนิยมใช้ โซเชียล มีเดียในการโพสต์เรื่องส่วนตัวกันมาก ไม่ใช่แค่เล่าถึงไลฟ์สไตล์ของตัวเองในแต่ละวันเท่านั้น แต่หลายคนยังใช้เป็นพื้นที่ระบายความรู้สึก ไม่ว่าจะสุข เหงา เศร้า ทุกข์ สนุก ง่วง หลายครั้งที่เรามักจะเห็นข้อความแปลกๆ ของคนรู้จัก

แต่ก็เลื่อนผ่านโดยไม่ได้ใส่ใจมากนัก อาจเพราะไม่ใช่เพื่อนสนิท ไม่เข้าใจสิ่งที่เขาสื่อ ไม่อยากยุ่งเกี่ยว หรือมองว่าเป็นเพียงเรื่องล้อเล่น คนโพสต์แค่ทำไปเพื่อความสนุกเท่านั้น แต่รู้หรือไม่ว่าหลายข้อความก็เป็นสัญญานเตือน ว่าใครบางคนอาจกำลังอยู่ในอารมณ์ที่ดำมืดสุดขีด

และมีความคิดอยากทำร้ายตัวเอง หรืออาจคิดถึงขั้นคิดจะฆ่าตัวตายอยู่ก็ได้ พวกเขาอาจอยากให้มีคนสนใจ และต้องการความช่วยเหลือด่วน ดังนั้นหากคุณเจอการโพสต์ในลักษณะต่อไปนี้ โปรดอย่าเลื่อนผ่าน และให้ความสนใจเขาสักนิด ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป 

  • โพสต์ข้อความเศร้า

              หากบังเอิญได้เห็นข้อความที่อ่านแล้วรู้สึกได้ว่าคนโพสต์กำลังเศร้า เช่น “เสียใจอย่างที่สุด” “เหนื่อยใจใครเข้าใจบ้าง” “หมดแรงจะสู้ต่อ” “ไม่เหลืออะไรเลย” การโพสต์คำพูดเหล่านี้อาจไม่ใช่แค่การระบายความรู้สึกออกมาเท่านั้น

แต่อาจเป็นสัญญาณว่าคนที่โพสต์กำลังคิดทำร้ายตัวเองอยู่ก็ได้ ดังนั้นถ้าเป็นคนที่เรารู้จัก ก็น่าจะลองทักไปพูดคุย เพื่อให้อีกฝ่ายได้ปรับทุกข์ หรือรู้สึกว่าเขาไม่ได้ไร้ค่าซะทีเดียว เพราะยังมีคนใส่ใจอยู่บ้าง อาจช่วยให้เขากลับมามีกำลังใจสู้ชีวิต และเลิกคิดในทางร้ายได้

  • โพสต์ข้อความในเชิงสั่งเสีย

              หากได้เจอข้อความในลักษณะเป็นการสั่งเสีย เช่น “ฝากดูแลน้องหมาให้ด้วย” “ขอบคุณที่อดทน ต่อไปนี้ไม่ต้องเหนื่อยอีกแล้ว” หรือข้อความที่เป็นการบอกลาอย่างชัดเจน เช่น “ลาก่อน” “BYE” ซึ่งเป็นข้อความที่ผู้ป่ายโรคซึมเศร้าชอบโพสต์กันบ่อยมาก

ข้อความเหล่านี้เป็นการบ่งบอกถึงความคิดอยากทำร้ายตัวเอง ดังนั้นหากพบใครที่ชอบโพสต์ลักษณะนี้ ควรให้ความใส่ใจมากเป็นพิเศษ และดูแลพวกเขาอย่างใกล้ชิดกว่าเดิมมากๆ

  • โพสต์เรื่องความตาย

              คนที่คิดฆ่าตัวตาย หรือคิดทำร้ายตัวเอง มักจะนึกถึงความตายอยู่บ่อยๆ และมักจะโพสต์ข้อความ หรือภาพที่สื่อถึงความตายหรือการทำร้ายตัวเอง เช่น ข้อความประมาณว่า “เบื่อโลก” “จะไม่อยู่แล้ว” หรือโพสต์ภาพอวัยวะเปื้อนเลือด ภาพข้อมือที่ถูกกรีด

ซึ่งภาพเหล่านั้นอาจเป็นภาพของตัวเขาเองก็ได้ การโพสต์ในลักษณะนี้อาจเป็นแค่การเรียกร้องความสนใจ หรืออาจกำลังส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือบางอย่าง ดังนั้นหากพบเห็นใครโพสต์ในลักษณะนี้ อย่าเพิ่งเลื่อนหนี ถ้าสละเวลาซักนิด ก็อาจจะช่วยเขาได้มาก 

  • โพสต์ข้อความที่แสดงความสิ้นหวัง

               การโพสต์ข้อความที่ไม่เห็นคุณค่าตัวเอง เช่น “เกิดมาไม่มีอะไรดีเลย” “คนอย่างฉันคงทำได้แค่นี้” ล้วนมาจากความรู้สึกไม่ภูมิใจในตัวเอง เกลียดตัวเอง คิดว่าตัวเองไร้ค่า ซึ่งหากปล่อยไว้นาน อาจกลายเป็นโรคซึมเศร้า และนำมาซึ่งความคิดทำร้ายตัวเองและฆ่าตัวตายได้

หากคนใกล้ชิดของใครเป็นอย่างนี้ ควรหาเวลาพูดคุยปรับทัศนคติ ทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองนั้นมีคุณค่า

ข้อแนะนำเมื่อพบเจอคนที่ชอบโพสต์ข้อความตาม 4 ลักษณะที่กล่าวมา

  • ให้กำลังใจ

               สิ่งแรกที่สามารถทำได้ทันทีที่เห็นข้อความจากคนที่โพสต์ คือรีบทักไปพูดคุย ถามไถ่ เพื่อให้เขาได้ระบายความรู้สึกที่กำลังเป็นออกมา และไม่รู้สึกว่าโดดเดี่ยว หากเขาเล่าปัญหาให้ฟัง แต่เราช่วยแก้ไขให้ไม่ได้ ก็พูดจาให้กำลังใจ และเป็นผู้รับฟังที่ดี

และถ้ายิ่งหาวิธีช่วยเหลือได้ ก็จะยิ่งเป็นการดีมากๆ เพราะที่ผ่านมาเขาอาจไม่มีใครที่สามารถช่วยเหลือได้ จึงต้องแสดงออกเช่นนี้

  • ให้คำปรึกษา หรือแนะนำที่ปรึกษาให้แก่เขา

              หากเคยมีปัญหาคล้ายกันกับเขา และคุณเข้าใจสิ่งที่เขากำลังประสบอยู่ ก็ควรให้คำแนะนำปรึกษาเพื่อเป็นแนวทางให้กับเขา หรือถ้าไม่เข้าใจ ไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน แต่รู้จักใครที่สามารถเป็นที่ปรึกษาให้เขาได้ ก็จงช่วยชี้ช่องทางการติดต่อบุคคลเหล่านั้นให้กับเขา

หรือถ้าไม่รู้จักใครที่จะช่วยเขาได้เลยจริงๆ ก็แนะนำให้เขาปรึกษาผู้เชี่ยวชาญโดยตรง เช่น นักจิตวิทยา จิตแพทย์ หรือพาเขาไปปรึกษาที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน อย่าให้เขารู้สึกว่าโดดเดี่ยวเดียวดายไร้ที่พึ่ง

  • ชักชวนมาทำกิจกรรมร่วมกัน

              ผู้ป่วยทางจิต หรือคนที่กำลังโศกเศร้าอย่างหนัก และอยู่แต่ในสิ่งแวดล้อมเดิมๆ มีแนวโน้มจะทำร้ายตัวเองสูง ดังนั้นถ้าพบเจอใครที่เป็นแบบนี้ ให้ช่วยเหลือเขาโดยการชักชวนออกนอกบ้านมาทำกิจกรรมด้วยกัน อาจเป็นกิจกรรมง่ายๆ เช่น เดินเล่นที่สวนสาธารณะ

ไปช๊อปปิ้ง ออกมากินข้าวด้วยกัน หรือหากมีเวลามากพอและสะดวก อาจพาไปเที่ยวในที่ไกลๆ ที่มีสิ่งแวดล้อมที่ต่างออกไปเลย อย่างต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ ก็จะทำให้เขารู้สึกดีขึ้น ไม่คิดวกวนซ้ำซากอยู่กับเรื่องเดิมๆ เพราะการได้เห็นแต่สิ่งแวดล้อมเดิมๆ

  • บอกญาติหรือคนสนิทให้ดูแลเขาใกล้ชิดเป็นพิเศษ

              หากเรารู้จักญาติพี่น้อง เพื่อนสนิท หรือคนในครอบครัวของผู้โพสต์ ก็ควรแจ้งบุคคลเหล่านี้ไว้ ถึงพฤติกรรมแปลกๆ ที่เราสังเกตได้ ซึ่งบุคคลเหล่านี้อาจไม่เคยรับรู้มาก่อน เพื่อให้พวกเขาได้ช่วยกันเป็นหูเป็นตา ระแวดระวังไม่ให้มีเหตุการณ์ทำร้ายตัวเองเกิดขึ้น

และเพิ่มความเอาใจใส่ ดูแลใกล้ชิดมากขึ้น รวมถึงช่วยกันระวังคำพูดและการแสดงออกที่จะไปกระทบจิตใจของเขาได้ และหากมีโอกาสก็ควรแนะนำให้ญาติหรือครอบครัวพาเขาไปพบจิตแพทย์ด้วยก็จะยิ่งเป็นการดี ก่อนจะเกิดเหตุการณ์อันน่าเศร้า

  • แจ้งผู้เชี่ยวชาญทางจิตวิทยา เพื่อขอความช่วยเหลือ

              หากประเมินพฤติกรรมด้วยตัวเองแล้วพบว่าผู้โพสต์มีความเสี่ยงที่จะทำร้ายตนเองค่อนข้างสูง และเรื่องนี้ก็น่าจะเกินกำลังของเราที่จะเข้าไปช่วยเหลือเองได้ ควรรีบแจ้งผู้เชี่ยวชาญ นักจิตวิทยา หรือโรงพยาบาลใกล้บ้าน เพื่อขอความช่วยเหลือเป็นการด่วน

ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ทำร้ายตัวเอง หรือหากมีการทำร้ายตัวเองเกิดขึ้นไปแล้ว ก็สามารถติดต่อหน่วยงานเหล่านี้เพื่อขอความช่วยเหลือ และคำแนะนำสำหรับการปฏิบัติในขั้นตอนต่อไปได้ด้วยเช่นกัน

             ในสังคมที่มนุษย์อยู่รวมกัน ย่อมต้องพึ่งพาอาศัยช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ถ้าทุกคนยอมสละเวลาใส่ใจกันบ้าง ไม่เพิกเฉยต่อสัญญาณแปลกๆ ของคนอื่น ก็จะเป็นการช่วยลดปัญหาสังคม และช่วยเหลือผู้ที่กำลังประสบปัญหาแต่ไม่สามารถหาทางออกเองได้ 

 

อ่านสาระเพิ่มเติมคลิก : ต้นไม้

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook

นานาสาระ ล่าสุด
โรงเรียนบ้านโป่งเจ็ด
โรงเรียนบ้านโป่งเจ็ด
โรงเรียนบ้านโป่งเจ็ด
โรงเรียนบ้านโป่งเจ็ด