head-banpongjed-min
วันที่ 2 มีนาคม 2024 4:03 AM
ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ โรงเรียนบ้านโป่งเจ็ด
โรงเรียนบ้านโป่งเจ็ด
หน้าหลัก » นานาสาระ » ตามมาด่าในฝัน

ตามมาด่าในฝัน

อัพเดทวันที่ 29 พฤศจิกายน 2020

ตามมาด่าในฝัน

ยายม่วย

 

ยายม่วย ก่อนที่ฉันจะเข้ามหาวิทยาลัย   ซึ่งตอนนั้นมีข่าวร้ายที่ได้ยินมาว่า…ยายเสีย

ขออนุญาตเอ่ยชื่อแล้วกันว่ายายที่เสียไปสองปีกว่าๆ  ชื่อ ยายม่วย  ตอนมีชีวิตอยู่แก เป็นคนยิ้มแย้ม  เป็นคนขี้บ่นแต่มีนิสัยตลกขบขัน

แกห่วงความลำบากของลูกหลาน

ทุกคนมีกินมีใช้  แม้กระทั่งซื้อรถบรรทุกให้ลูกหลาน  ด้วยความที่บ้านแกเป็นเกษตรกรทำไร่อ้อยส่วนใหญ่

ลูกหลานจะทำงานเก็บเกี่ยวอ้อยเกือบทั้งบ้าน  บางทีลูกหลานแกเลี้ยงวัวก็มี  ไม่ว่าขาดเหลืออะไรแกจะช่วยลูกหลานทุกอย่าง

แม้แต่แม่พาฉันมาเยี่ยม  ยายจะเอาของฝากมาให้เต็มท้ายรถชนิดที่ว่ากลัวบ้านเราจะอดเลยทีเดียว  

ยายม่วยแกเป็นคนท้วมๆ  หน้าออกจีนนิดๆ  เพราะแกเป็นคนจีนแล้วอพยพมาประเทศไทย  เอาง่ายๆ

คือแกย้ายตามพ่อแม่ของแกนี่แหล่ะ  แล้วมาตั้งต้นชีวิต  สู้ชีวิตในการหาเลี้ยงชีพมาตลอด  ที่สมัยนั้นเขาเรียกว่ามาด้วยเสื่อผืนหมอบใบ

แกก็เป็นคนทำงานหนักตั้งแต่เด็ก  ไม่รู้ว่าอะไร  พอแกโตเป็นสาวหน่อยแกก็มีครอบครัว  มีลูกติดคนหนึ่งชื่อน้าตี๋

แต่ชีวิตครอบครัวไปไม่ค่อยสวยเท่าไหร่  แกเลยลงเอยกับตาสุขนี่แหล่ะ  ถ้าเรื่องความเจ้าระเบียบ  มีความ  Boss Lady

ก็ยกให้ยายม่วยนี่แหล่ะ  ไม่นั้นลูกหลานคงไม่เป็นปึกแผ่นขนาดนี้  ส่วนเรื่องของสามีเก่าของยายม่วยแกเขามีปัญหาอะไรซึ่งไม่มีใครเล่าเรื่องปลีกย่อยให้ฉันฟังเยอะนัก

และแม่ไม่ค่อยได้รู้ในเชิงลึกมาก  รู้แค่ว่าน้าตี๋แกไม่ใช่ลูกตาสุข  แต่ตาสุขรักน้าตี๋เหมือนลูกตน  แล้วน้าตี๋ก็เป็นพี่คนโตของบ้านโดยปริยาย

ยายม่วยแกดีกับแม่มาก  บทจะเอะอะก็ด่าตาสุขบ้างตามประสาคนแก่มีอะไรก็บ่น  แต่แกไม่ได้ทำร้ายหรือเหยียดหยามใคร  แกอัธยาศัยดีมาก

ไปไหนมาไหนใครทักทายแกยิ้มแย้มเสมอ  แกมีโรคประจำตัวคือโรคเบาหวาน  แกมักจะมีอาการหน้ามืด  วูบบ่อย

ลูกหลานแกบอกว่าแกมีเรื่องน้ำตาลในเลือดสูงอยู่ด้วย  ล่าสุดที่ไปเยี่ยมแกก่อนที่แกจะเสีย

แกหกล้มแรงมากเนื่องจากผลของเบาหวานกำเริบ  แล้วช่วงที่วูบแกล้มอยู่ในห้องน้ำพอดี  ซึ่งเป็นครั้งสุดท้ายที่มาหาแกตอนมีชีวิตอยู่

ปกติใครมาเยี่ยมแก  ยายม่วยแกจะมาหาแม่ประจำ  แต่ครั้งนี้เห็นแกนั่งจ๋อยบนวีลแชร์เนื่องจากสังขารของแกก็นึกสงสารแก

จะมาหาก็มาไม่ได้  แล้วก็ทิ้งช่วงนานมากจนกระทั่งน้าตี๋โทรมาหาแม่ว่า 

“อ้าวตี๋…มีอะไรหรือเปล่า  ทำไมถึงโทรมาหาพี่เช้าจัง”

“พี่แหม่ม…แม่เสียแล้วพี่”

พอทราบว่ายายแกเสียจากเบอร์โทรศัพท์  จากคำบอกเล่าลูกแกที่เป็นรุ่นน้องๆ แม่  บอกว่าแกเป็นเบาหวาน  ทุกคนร้องไห้กันหมด

เพราะที่พึ่งลูกหลานไม่เหลืออีกต่อไปแล้ว  จึงจัดงานศพ  รดน้ำศพที่บ้านของแกเลยในเช้าวันรุ่งขึ้น  และลูกหลานพาศพแกไปที่วัด

วันที่แกเสียไม่ได้มีลางบอกเหตุอะไรเลย  ไม่มีอะไรที่สื่อว่าแกจะไปแล้วนะ  บอกตามตรงว่าทุกอย่างมันเงียบมาก…มันเงียบจริงๆ

ฝั่งของฉันมาแค่รดน้ำศพและรอไปวันเผาอย่างเดียว  เพราะดูแล้วงานศพแกก็ยุ่งๆ อยู่พอสมควร จึงทำได้แค่รอส่งข่าวว่าให้มาวันเผากี่โมงแค่นั้น

ฉันถามว่าก่อนแกจะเสียเหมือนแกเคยพูดเรื่องยายเลี้ยง (ยายที่เป็นแม่แท้ๆ ของแม่) ประมาณว่าเคยบาดหมางมาก่อน

ก่อนที่แกจะเสียเคยมีปัญหาอะไรมาก่อนไหม  เพราะคำถามที่สงสัยมันผุดขึ้นมาในหัว  แม่บอกว่า

“จริง”

“อ้าว…เขาบาดหมางอะไรกันมาก่อนแม่”

แม่เล่าแค่ว่า  ยายเลี้ยงมีนิสัยชอบด่ายายม่วย  ทั้งที่ยายม่วยแกก็ไม่ได้ทำอะไร  ยายเลี้ยงแกมีนิสัยชอบเอาชนะ  ข่มได้ข่ม

แม้แต่ตอนแม่เด็กๆ  แม่ยังโดนเล่นงาน  เรื่องด่าให้คนอื่นเสียหายต้องยกให้ยายเลี้ยงเลยล่ะ  ยายเลี้ยงแกชอบเอาชนะ

เหยียดคนอื่นที่แตกต่างกว่า  ตาสุขเป็นน้องเขยก็ไม่ชอบยายเลี้ยงเท่าไหร่  เพราะแกอารมณ์ร้าย  ฟาดหัวฟาดหางได้ทุกคนเหมือนเป็นโรคประสาท

แล้วยิ่งไปกว่านั้น  เคยเหยียดชนิดที่ด่ายายม่วยเชิงเหยียดเชื้อชาติก็มี  แล้วยายม่วยแกขาดความมั่นใจ

ซึมจนไม่กล้าออกจากบ้านไปหลายเดือน  เพราะโดนเหยียดคำว่าเจ๊กนี่แหล่ะ  แต่แกสนิทกับแม่แทนเพราะแม่เป็นลูกชังยายเลี้ยง

และแม่ค่อนข้างถูกคอกับยายม่วยมากกว่า  จุดนี้แหล่ะทำให้ยายเลี้ยงไม่ชอบยายม่วยเพราะว่าแม่สนิทกับยายม่วยด้วย

สนิทกับคนที่แกอคติแต่เดิมด้วยก็ย่อมของขึ้นบ้างแหล่ะ

ออกทำนองว่าแม่เป็นลูกชังของยายเลี้ยงแต่สนิทกับยายม่วยที่ไม่ชอบหน้า  แกเลยไม่ชอบหน้าตั้งแต่นั้นมา… 

ตัดภาพไปหลังจากวันสวดสามวัน  เมื่อเข้าสู่วันเผาทุกคนเศร้าโศกกันมาก  ลูกหลานจัดงานให้แกสามวันตามงานศพปกติ

ต่างจุดประทัดกันกึกก้อง  ฉันไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ที่งานอวมงคลจะต้องจุดประทัดดังขนาดนี้  กลับแปลกที่ไม่มีลางอะไร

ปรากฏการณ์หรือสิ่งลี้ลับที่เป็นสัญญาณบอกเลย  คงคิดในใจว่ายายม่วยแกน่าจะไปสู่สุคติแล้วล่ะ  พอเผาเสร็จแล้วก็เก็บอัฐิยายแกมาทำบุญวันตายของแกด้วย

หลังจากนั้นน้าตี๋โทรมาหาแม่  หลังผ่านวันเผายายม่วยไปสองสามวันผ่านไปโดยประมาณ  ที่บ้านไร่ของแกทำบุญวันตาย

หลวงพ่อจากวัดในละแวกนั้นมาสวดประมาณเจ็ดรูป  ด้วยความที่ความดีของแกเป็นที่ประจักษ์  และเป็นคนขายของเก่งมาก  ใครๆ ก็มาอุดหนุนแก

ร้านจะคึกคักมาก  แต่พอไม่มียายม่วย  สีสันของคนค้าขายแถวนั้นหายไปเลย

ฉันกับแม่นั่งข้างตาสุข  แกก็มางานศพยายม่วยเมียแกด้วย  แกสีหน้าเศร้ามาก  ลูกๆ แกร้องไห้ไม่หยุด  ทุกคนตาบวมเหมือนร้องไห้มานานกว่าสองวัน

แต่พอหลังเพลเสร็จแกนั่งคุยกับแม่ตามลำพัง  ลูกหลานแกพาอัฐิยายม่วยใส่สถูปที่อยู่หน้าบ้านแก  สถูปแกใหญ่มาก  แล้วรูปหน้าแกดูสดใสดี

ซึ่งฉันก็งงว่าทำไมแกดูเครียดๆ  ผิดปกติ  ไม่ได้แบบเสียใจที่เมียแกเสียนะ  แต่แกดูท่าทีผวาแปลกๆ  เหมือนอย่างกับคนเจอดี

สักพักแม่ก็พาตาแกมาที่ไม้หินอ่อน  พวกเราก็ลาตาสุขกลับบ้านตามปกติเมื่อเสร็จงานยายม่วยแล้ว  ฉันถามแม่ตอนขึ้นรถทันทีด้วยความสงสัย 

“แม่…ตาสุขแกกลัวอะไรแม่”

“ตาสุขแกเล่าให้แม่ฟัง…แกฝันร้ายเมื่อคืนก่อนจะเพลพระ”

“อ้าว…แกจะฝันร้ายได้ไงอ่ะ”

“ก็ยายเลี้ยงแกฝันมาด่าตาเมื่อคืนน่ะสิ”

ฉันงงมากว่ายายเลี้ยงจะเข้าฝันมาด่าตาสุขทำไม  แต่แม่เล่าให้ฟังอีกเรื่องคือ  ตาสุขมีศักดิ์เป็นอาของแม่

ยายม่วยก็เช่นกัน  ส่วนยายเลี้ยงเป็นพี่สะใภ้ของตาสุข  และแกเป็นแม่ของแม่ฉันด้วย  

ประเด็นคือยายเลี้ยงกับยายม่วยเคยไม่ลงรอยกันมาก่อน  ยายเลี้ยงชอบด่าจิกยายม่วยว่าเป็นคนจีนพลัดถิ่น  ไม่รู้ว่าไปเกลียดกันเรื่องอะไร

ยายเลี้ยงแกมีโรคประจำตัวก็คือโรคประสาท  เคยไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลจิตเวชมาแล้ว  เวลาแกด่าคนแบบเสียๆ หายๆ ยายเลี้ยงจะเหมือนคนหลอนๆ

สติไม่ค่อยดีเท่าใดนัก  แกชอบดื่มเหล้าเหมือนลำยอง  ชอบทุบตีแม่บ่อยตอนแม่เด็กๆ  นิยมความรุนแรง  และชอบด่าตาสุขเพราะว่าตาสุขแกเป็นน้องชายตาฉุย

พ่อของแม่ฉันเอง  แต่ตาสุขแกไม่ค่อยมีปากเสียงเท่าไหร่  แกกับยายม่วยค่อนข้างไปสายเงียบ  มองโลกในแง่บวกมากกว่าฝั่งยายเลี้ยงที่ประวัติแกไม่ดี

ขึ้นชื่อเรื่องด่า  ส่วนเรื่องรายละเอียดของตาฉุยกับยายเลี้ยงขอไม่ลงลึกไปกว่านี้  จะขอเล่าให้ตรงที่มาของชื่อเรื่องละกัน

ตาสุขแกเล่าให้ฟังว่าตอนแกนอนหลับคืนแรก  แต่นอนกึ่งหลับกึ่งตื่น  แกฝันว่าแกทำสถูปให้สองสถูปซึ่งทำทำสถูปหนึ่งเล็ก

แล้วแกใส่ชื่อยายเลี้ยงไว้ว่านี่คือของยายเลี้ยง  ยายเลี้ยงถีบหน้าตาสุขแล้วแกชี้หน้าด่าตาสุขจนแกผวายกมือไหว้ว่าอย่าทำอะไรแกเลย

“ไอ้สุข…แกทำบ้านให้ข้าเล็กอย่างรูหนู  คิดจะทำให้เมียแกใหญ่กว่าข้าอย่างนั้นสิ”

ยายเลี้ยงจะเอาจอบจามหัวตาสุข  แกสะดุ้งตื่นทันทีด้วยความฝันร้าย  ในช่วงสวดยายม่วย

เป็นช่วงนรกที่สุดเท่าที่ตาสุขรู้สึกมาก่อน  เพราะเมียแกถึงจะมีเขี้ยวเล็บ  แต่ไม่น่ากลัวเท่าคนป่วยทางจิตอย่างยายเลี้ยงหรอก

แล้วแกโดนความฝันแบบนี้ซ้ำๆ ซากๆ  อยู่เรื่อยไป  จนวันสวด  100 วันนี่แหล่ะ  แกถึงเล่าให้แม่ฟัง

ตาบอกกับแม่ว่ายายม่วยแกก็ไม่ได้มีปากเสียงอะไร  มีแต่ยายเลี้ยงนี่แหล่ะที่ชอบระรานคนอื่นฝ่ายเดียว

เคยเล่าว่าตอนนั้นยายเลี้ยงแกเคยชี้หน้าพาลคนโน้นคนนี้แบบไม่มีสาเหตุ  ชาวบ้านแถวนั้นไม่มีใครอยากยุ่งกับยายเลี้ยง

คงเป็นเพราะโรคประสาทที่แกเป็นนี่แหล่ะ  แกพลั้งปากชี้หน้าด่ายายม่วยแบบงงๆ  ว่า

“ถ้าโลกนี้มีนังม่วย  โลกนี้ต้องไม่มีข้า  ถ้าข้าตายแกอย่ามาให้เห็นหน้าแม้แต่เผาผี”

ฉันไม่สามารถย้อนเวลาไปในรุ่นยายยังสาวได้  จำได้แค่ว่ายายเลี้ยงตายก่อนยายม่วยด้วยโรคหัวใจ

แล้วยายม่วยแกไปทั้งวันสวดวันเผายายเลี้ยง  แกไปเพราะแกไม่ติดใจกับเรื่องที่ผ่านมา  อโหสิกรรมกัน  ขอให้จบในชาตินี้

และสี่ปีต่อมายายม่วยตายด้วยเบาหวาน  ยายเลี้ยงเข้าฝันตาสุขเมื่อตอนตีสามหลังวันเผายายม่วยแกได้สองสามวัน

แต่ครั้งล่าสุดเป็นช่วงที่ตาสุขสร้างสถูปให้ยายม่วยเสร็จ  เตรียมพายายม่วยกลับบ้าน  คืนที่เข้าฝันนับครั้งได้ก็ประมาณสามคืนติด

แล้วล่าสุดยายเลี้ยงแกเข้าฝันชี้หน้าด่าตาสุขราวกับคนเสียสติ  แล้วเตะสถูปที่ตาจะสร้างให้ยายม่วยว่า

“ไอ้สุข…เอ็งทำบ้านให้ข้าเล็กอย่างกับรูหนู  แต่บ้านเมียแกทำซะใหญ่เลย  จะหลอกแกให้หนักเลย!!”

ในฝันมาน่ากลัวมาก  นี่แหล่ะที่แกเครียด  แกโดนด่าสามคืนติดจะไม่กลัวได้ไง  แถมประโยคเดิมๆ ด้วยที่ด่าในฝัน

ทั้งที่ยายเลี้ยงแกตายก่อนยายม่วยหลายปี  แม่เลยปลอบใจว่าไม่ต้องกลัวนะอา  แม่ไปตามเวรตามกรรมแกแล้ว  ตาสุขแกยกมือสาธุ

ขออย่าเข้าฝันมาด่าเลย  เหมือนกับได้เล่าให้แม่ฟังแล้ว  แกรู้สึกโล่งเลยมานั่งกับฉันตามปกติ

ฉันได้แค่บอกกับแม่ว่า…สงสัยยายเลี้ยงแกไม่ปล่อยวาง  แต่มองในกลับกันยายม่วยแกไปสบาย  ปล่อยวางแล้ว  ที่เหลือก็กรรมที่สร้างมา

แต่เข้าฝันมาด่าเนี่ย  น่ากลัวเหมือนกันนะเนี่ย  แล้วยิ่งรู้ว่าจิตไม่ปกติก่อนที่จะตายด้วย

ตายังพูดเลยว่า  ถ้าผีเมียเข้าฝันยังไม่น่ากลัวเท่าผีบ้าอย่างยายเลี้ยงเข้าฝันเลย

ฉันถึงได้รู้ว่าจิตที่ปล่อยวางคือจิตที่มีความสุขจริงๆ  ยายม่วยไม่มารบกวนใครเลย

แต่ยายเลี้ยงยังผูกพยาบาทเพียงเพราะไม่ชอบน้ำหน้าคนอื่นแบบไม่มีสาเหตุ  มีอาการทางจิตผิดปกติ

แล้วไม่ยอมปล่อยวางแม้ว่ายายม่วยจะอโหสิกรรมแล้ว

ก็คงปล่อยให้เป็นไปตามกงล้อกรรมที่กำหนดยายเลี้ยงแกแล้วกัน

ฉันขออย่างเดียว…อย่ามาเข้าฝันเหมือนที่เข้าฝันตาสุขก็แล้วกัน  ฉันกลัวแล้วนะ

ปล่อยบ้านหนูไว้เหอะยาย…บรื๋อออออออออ

นานาสาระ ล่าสุด
โรงเรียนบ้านโป่งเจ็ด
โรงเรียนบ้านโป่งเจ็ด
โรงเรียนบ้านโป่งเจ็ด
โรงเรียนบ้านโป่งเจ็ด