head-banpongjed-min
วันที่ 2 มีนาคม 2024 4:23 AM
ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ โรงเรียนบ้านโป่งเจ็ด
โรงเรียนบ้านโป่งเจ็ด
หน้าหลัก » นานาสาระ » เราเป็นพี่น้องเพราะฉันเป็นไบโพลาร์

เราเป็นพี่น้องเพราะฉันเป็นไบโพลาร์

อัพเดทวันที่ 4 มกราคม 2021

เราเป็นพี่น้องเพราะฉันเป็นไบโพลาร์

 ฉันเป็นไบโพลาร์

ฉันเป็นไบโพลาร์ เมื่อความรักของเราสิ้นสุดลง มีไม่น้อยที่บางคนจบที่การเลิกรากันแบบไม่มองหน้ากันเลย ส่วนเรื่องราวของฉันเอง ฉันยังเพ้อถึงเขา โหยหาเขามาตลอด เชื่อไหมคะว่าสถานะความรักของเราต้องมาเป็นพี่น้องกัน เนื่องด้วยเขาหมดความอดทนจากฉันในหลายๆ เรื่อง จากคนรักเป็นพี่น้องกัน ดูตลกดีใช่ไหมคะ

จุดเริ่มต้นของเรื่องความสัมพันธ์ของฉันเริ่มต้นเพราะฉันกับแฟนของฉันอายุแก่กว่าฉันสิบกว่าปี แล้วฉันชื่นชอบเขาตั้งแต่เด็ก เพราะเขาเป็นคนน่ารัก หน้าตาดี อ่อนโยน มีเสน่ห์ น่าค้นหา เขาเป็นนักกีฬามีชื่อเสียงมาก จนวันหนึ่งฉันโตขึ้นได้เป็นนักกีฬาได้ตามรอยคนที่ฉันชอบ ฉันได้มีโอกาสได้ใกล้ชิดกับเขาจนเป็นความรักระหว่างนั้นมา

การเริ่มต้นความรักของฉันเริ่มมาจากเขาเป็นแรงบันดาลใจ ทำให้ฉันได้มาถึงจุดที่ฉันได้มีหน้ามีตาในสังคมมากขึ้น แต่ปัญหาของฉันต่อมาที่เขารับรู้มาตลอดที่สานสัมพันธ์ความรักของกันและกัน

ฉันเป็นไบโพลาร์! ขอเท้าความก่อนว่าฉันต้องกินยาตั้งแต่เด็ก ฉันมักมีปัญหาเรื่องการควบคุมอารมณ์ เป็นคนที่อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ บางครั้งฉันเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย บางครั้งฉันก็ซึมไปแปลกๆ บางครั้งแฟนฉันบังคับให้ฉันทานยาเกือบทุกครั้ง แต่ฉันกลับเลือกที่จะโกหกเพราะฉันไม่ชอบกินยาเลย มันเบื่อมากๆ แต่ฉันก็ไม่อยากเสียเขาไป

การไม่กินยาตามที่แพทย์สั่ง ตอนแรกก็เหมือนจะดีแหล่ะ ไม่ได้แสดงอาการอะไรออกมานี่หน่า แต่สิ่งที่ตามมานั่นก็คือ คนที่อยู่รอบตัวแฟนเรากลับไม่ชอบเราเลย
เหตุการณ์แรกเลย เราคบกับแฟนฉันมาเป็นปีแล้ว ฉันคอยตามเช็คตลอดว่าแฟนฉันไปไหน คอยดูว่าเพื่อนร่วมงานเขาอยู่ใกล้แฟนตัวเองหรือเปล่า ตามแม้กระทั่งนักศึกษาฝึกงานในที่ทำงานแฟนตัวเอง

“พี่แอลอยู่กับพี่หรือเปล่าคะ”
“ไม่ได้อยู่กับพี่ค่ะ มีอะไรหรือเปล่าคะ”
“ไม่ได้อยู่กับพี่ก็ดีแล้วล่ะค่ะ หนูจะได้รู้ว่าพี่ไม่ได้เป็นชู้แฟนหนู”
“ถามจริงเถอะนะ อายุก็เท่านี้ยังไม่ยี่สิบดีเลย ชีวิตประจำวันเธอมีแค่นี้เหรอ วันๆ เอาแต่เช็คว่าแฟนอยู่ไหน ไม่รู้จะถามอะไรอย่างอื่นแล้วหรือไง ถามจริง ใครสั่งใครสอนให้เธอทำแบบนี้”

ฉันกรี๊ดใส่หน้ารุ่นน้องที่เป็นนักศึกษาฝึกงาน โกรธจนจะพลั้งมือตบ หัวหน้าที่ฝึกงานของผู้หญิงคนนี้เขามาห้ามไว้แล้วถามว่าอยู่โรงเรียนไหนเนี่ย เนื่องด้วยวันนั้นฉันใส่ชุดนักเรียน หัวหน้าคนนั้นขู่ว่าให้แจ้งถึงโรงเรียนไหมเรื่องทำร้ายร่างกายคนเนี่ย ฉันกลัวมากจึงวิ่งหนีไปเลย

“ถามหาแต่พี่แอล พอบอกไม่อยู่ ผีบ้าเข้าสิงเลยพี่ เจอนิสัยน้องคนนี้หนูจะรอดยันฝึกงานจบไหมพี่”
“งานนี้ต้องคุยกับไอ้แอลแล้ว เกินไปมาก ถ้าแฟนตัวเองควบคุมอารมณ์ไม่ได้ ไอคิวต่ำแบบนี้ มีหวังไอ้แอลทำงานลำบากแน่ๆ ไม่ได้เจ็บตรงไหนใช่ไหม พี่จะได้ไปส่ง”

ฉันเห็นนักศึกษาฝึกงานขึ้นรถไปกับหัวหน้า ดูท่าทีเธอระแวงฉันมาก แววตาเธอระแวงว่าฉันจะทำร้ายเธอหรือเปล่า แล้วหัวหน้าของนักศึกษาผู้หญิงคนนั้นโทรศัพทไปหาพี่แอล แฟนของฉันเอง ฉันรีบเผ่นเลยล่ะ
เหตุการณ์ที่สอง เพิ่งผ่านพ้นไปไมกี่เดือนเอง แฟนฉันไปพบเพื่อนแล้วพาฉันมาเปิดตัวด้วย

แล้วเพื่อนแฟนฉันเขาก็พาแฟนมาด้วย ซึ่งแฟนฉันเขาทักทายเพื่อนเขาและแฟนเขาราวกับสนิทสนม เนื่องด้วยสองคนนี้เป็นทอมเหมือนกันและมีแฟนสาวเหมือนกัน วันนั้นฉันพูดเร็วกว่าปกติ พูดมากชนิดพูดไม่หยุดเลยทีเดียว ฉันรู้สึกว่าฉันเจ๋งมากที่ทุกคนชอบฉันเหมือนที่ทุกคนชอบแฟนฉัน

“โหพี่แอล…แฟนพี่เหรอ”
“ใช่แล้วอั้ม นี่ปาล์มแฟนพี่เอง”
“สวัสดีค่ะพี่อั้ม หนูสวยกว่าแฟนพี่อีกนะคะ”

สีหน้าพี่แอลเริ่มไม่ดี ทำให้ฝั่งเพื่อนเขามองหน้าฉันด้วยความไม่ชอบใจ กล้าดียังไงเอาตัวเองมาข่มแฟนเขา ทั้งที่แฟนเขาก็ไม่สวยมาก แต่ไม่ได้ยกตนข่มท่านแบบนี้เลย พี่แอลดุจนฉันเลยเงียบไป พี่แอลยกมือขอโทษเพื่อนเขาทันทีทันใด เพื่อนเขาบอกว่าถ้าพูดแบบพีเจาะปากมาพูดก็คาบกระดูกใส่ปากซะ

หลังจากนั้นมาเราทะเลาะกันหนักขึ้น เป็นครั้งแรกที่ฉันโดยพี่แอล แฟนฉันด่าด้วยความสุดจะอดกลั้นอย่างมาก ฉันร้องไห้ไปด้วยความเสียใจ เราสองคนร้องไห้หนักมากแบบไม่เคยเป็นมาก่อน
เหตุการณ์ล่าสุด ฉันไปเที่ยวกับแฟนด้วยกันในห้าง อาการไบโพลาร์เริ่มแสดงออกมากขึ้นเมื่อเพื่อนร่วมงานของเขาทักทาย

เพื่อนร่วมงานสวยกว่าฉันมากจนฉันรู้สึกไม่ชอบ ด้วยความที่แฟนเราเป็นทอม แม้ว่าแฟนเราจะเป็นผู้หญิงด้วยกันเพียงร่างกายก็เถอะ แต่ใจเขาเป็นผู้ชายคนหนึ่งแล้ว เขาทักทายเพื่อร่วมงานเขาตามปกติ ฉันไม่ชอบคนนี้เลย ฉันหึงเธอมากๆ ฉันเลยวิ่งไปตบหน้าผู้หญิงคนนั้นอย่างจัง จนแฟนของผู้หญิงคนนั้นเดินมาถามว่าตบแฟนเขาทำไม

“ปาล์ม…ทำไมปาล์มทำแบบนี้ล่ะ”
“นังหน้าด้าน กล้าดีมายุ่งกับพี่แอลของฉันทำไม นี่แฟนของฉัน อย่ามายุ่งกับแฟนของฉันนะ”
“เธอเป็นบ้าอะไรมาตบแฟนผม เขาเป็นเพื่อนร่วมงานแฟนคุณ แล้วคุณน่ะเป็นใคร”

ผู้ชายที่เป็นแฟนผู้หญิงคนนั้นถลาจะเอาคืนฉัน ฉันกลัวจนต้องหลบซ่อนหลังแฟนของฉันด้วยความกลัว จนผู้หญิงคนนั้นห้ามแฟนเขา แล้วบอกว่าใจเย็นๆ ก่อน

“เบิร์ด…พี่ขอโทษแทนแฟนเราด้วยนะเบิร์ด ที่ตบอ้อมไป พี่ไม่ได้อยากให้เรื่องเกิดแบบนี้เลย”
“ผมไม่ติดใจอะไรพี่หรอกพี่แอล แต่ผมข้องใจแฟนพี่มากกว่า หน้าตาก็เด็กแต่จิตป่วยหรือเปล่า”

คำว่าจิตป่วย กับท่าทีที่ผู้ชายคนนั้นชี้หน้าเพื่อปกป้องแฟนเขา มันทำให้ฉันกลัวจนตัวสั่นมากๆ
พี่แอลยกมือไหว้ขอร้อง จนพี่ผู้ชายคนนั้นยอมถอย ผู้หญิงชื่ออ้อมที่ฉันตบหน้าเขาเพราะหึงหวงเขาขอร้องว่าอย่าให้เรื่องใหญ่เลย จนพี่ผู้ชายคนนั้นชี้หน้าด่าฉันด้วยความโกรธว่า

“จำใส่กะโหลกน้องไว้เลยนะ แฟนพี่เขาเป็นเพื่อนร่วมงานแฟนน้อง ถ้าน้องควบคุมอารมณ์ไม่เป็น ตบคนอื่นที่เข้าใกล้แฟนนิดนึงแค่นี้ อย่าหวังว่าจะเจอรักแท้เลย ขนาดทำตัวปกติยังไม่ได้เลย ไปหารักแท้ที่โรงพยาบาลจิตเวชซะนะ”

หลังจากเหตุการณ์ในวันนั้น เมื่อกลับมาบ้าน เราทะเลาะกันรุนแรงมาก ในมือแฟนฉันถือยาที่ฉันไม่ยอมกินจนกระทั่งยาหมดอายุ ฉันขอร้องแฟนฉันว่าอย่าทิ้งฉันไปเลย แฟนฉันถามตรงๆ ว่าที่สัญญาว่าจะกินยาสม่ำเสมอ แล้วในมือนี่คือยาอะไร แล้วเรื่องทุกอย่างที่ผ่านมาปาล์มไม่เคยควบคุมอารมณ์ได้เลย

“พี่แอลอย่าทิ้งปาล์มไปนะ ปาล์มรักพี่แอลนะ”
“ถ้ารักพี่จริง ปาล์มต้องรักตัวเองด้วย ปาล์มป่วยเป็นอะไร ปาล์มควรกินยาใช่ไหม เพราะว่าปาล์มไม่ยอมกินยาไง คนรอบข้างพี่ถึงเดือดร้อนไปหมด กี่ครั้งแล้วที่ปาล์มทำแบบนี้”

“อย่าทิ้งปาล์มไปนะพี่ ปาล์มจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว”
“เราเป็นพี่น้องกันเถอะ ขนาดปาล์มยังจัดการตัวเองยังทำไม่ได้เลย แล้วจะดูแลพี่ได้ยังไง เราเป็นพี่น้องเถอะนะปาล์ม พี่เหนื่อยกับปาล์มเหลือเกิน”

ฉันร้องไห้ตัวโยนแบบไม่เคยเป็นมาก่อนในชีวิต แล้วพี่แอลจากฉันไป ไม่หันกลับมามองฉันอีกเลย…
ทุกวันนี้ได้แต่โทษตัวเองว่าถ้าฉันกินยาสม่ำเสมอ พี่แอลคงไม่ทิ้งฉัน และเราคงไม่ลงเอยคำว่าเป็นพี่น้อง ถ้าหากว่าคุณมีอาการทางจิตเวชอะไรก็ตามแล้วต้องทานยารักษา ขอให้ทุกคนทานยาเถอะ ยิ่งทานยาเราจะหายเร็ว

ขึ้น เราจะใช้ชีวิตปกติขึ้น เพราะนั่นก็เพื่อตัวเราเอง อย่างน้อยเห็นแก่คนที่คุณรักบ้างก็ยังดี จะได้ไม่ต้องลงเอยแบบฉัน

นานาสาระ ล่าสุด
โรงเรียนบ้านโป่งเจ็ด
โรงเรียนบ้านโป่งเจ็ด
โรงเรียนบ้านโป่งเจ็ด
โรงเรียนบ้านโป่งเจ็ด