head-banpongjed-min
วันที่ 2 มีนาคม 2024 4:48 AM
ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ โรงเรียนบ้านโป่งเจ็ด
โรงเรียนบ้านโป่งเจ็ด
หน้าหลัก » นานาสาระ » ดีกว่าเสียคน

ดีกว่าเสียคน

อัพเดทวันที่ 22 มกราคม 2021

ดีกว่าเสียคน

ครอบครัว 

 

ครอบครัว การเลี้ยงดูอะไรก็ตาม  เลี้ยงไม่ยากเท่ากับเลี้ยงมนุษย์ให้เติบโตขึ้น  เพราะไม่ได้เกิดมาแล้วหัดเดินได้เองเหมือนสัตว์เดรัจฉานทั่วๆ  ไป  แต่การเลี้ยงดูของมนุษย์ให้เติบโตขึ้นมา  จะต้องฟูมฟักให้เติบโตขึ้น  จิตใจต้องสอนอะไรหลายๆ  อย่างอยู่เยอะมาก  ทั้งในเรื่องปากท้อง  การดำรงชีวิตเพื่อให้ยืนได้ด้วยลำแข้งตัวเอง  แต่ในขณะเดียวกัน  ศีลธรรม ก็ควรจะมีในมนุษย์ที่เป็นสัตว์มีจิตใจสูงอีกด้วย  ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม  เพื่อให้รู้จักผิดชอบชั่วดี

แต่ใช่ว่าพ่อแม่จะมีเวลาให้กับลูกได้เหมือนพ่อแม่ที่ให้ลูกได้เต็มเวลา  จะต้องพึ่งพาพ่อแม่ของตนช่วยเลี้ยงดู  เพื่อที่จะได้ประกอบสัมมาอาชีพอย่างเต็มที่   ไม่ต้องพะวงหน้าพะวงหลังว่าต้องกังวลเรื่องลูก

บางครอบครัวโชคดีที่ปู่ย่าตายายเป็นแบบอย่างที่ดี  ลูกหลานจะเติบโตขึ้นเป็นคนมองโลกในแง่ดี  และมีสัมมาคารวะ  แต่บาง ครอบครัว ปู่ย่าตายายก็ไม่ใช่แบบอย่างที่ดีของลูกหลานเสมอไป  จะเห็นได้จากการเลี้ยงดูในสมัยนี้และในสมัยรุ่นปู่ย่าตายาย  มันแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง   ใช่ว่าอยู่ในมือปู่ย่าตายายแล้วจะขัดเกลานิสัยให้ดีได้

ปู่ย่าตายายที่เลี้ยงหลาน  การเลี้ยงดูตามความเคยชินจะสวนทางกับความถูกต้องเสมอ…

ก็เป็นเรื่องที่ผู้เขียนจะเล่าให้ฟังในบทความนี้  การเลี้ยงดูลูกหลานทั้งคนบางครั้งถ้าเราปล่อยให้นิสัยไม่ดีเกิดขึ้นแล้วไม่แก้ไขอะไรเลย  จะเติบโตบนความเคยชินในความผิดมีสูงมาก  แม้กระทั่งกระทำกับครอบครัวตัวเองอย่างไม่ละอายแก่ใจ  ซึ่งจะต้องระวังมากๆ  ในการเลี้ยงดูใครสักคน  เพราะบางทีสภาพแวดล้อมก็ส่งผลต่อการเลี้ยงดูได้อย่างไม่น่าเชื่อ

แต่ไม่ได้แปลว่าให้อคติกับปู่ย่าตายายแต่อย่างใด…อยากให้อ่านเรื่องราวให้จบเสียก่อนค่อยตัดสิน

ผู้เขียนได้รู้จักกับเพื่อนบ้านคนหนึ่งซึ่งเป็นเพื่อนบ้านสนิทกับแม่ของผู้เขียนอย่างมาก   เธอชื่อน้าพร  เธอพักอยู่ที่บ้านไม่ได้ห่างจากบ้านผู้เขียนนัก  เธอใช้ชีวิตอัตคัดขัดสนพอสมควรเพราะเธอรับจ้างเล็กๆ  น้อยๆ  พอประทังชีวิต  บวกกับต้องเช่าบ้านอยู่ตลอดเวลาเพราะไม่มีเงินก้อน  แฟนแกเป็นคนขับรถตู้ซึ่งเป็นรถตู้แบบเหมาไปกลับ  ไม่ใช่เที่ยวแบบรถตู้สาธารณะทั่วไป  ที่ใช่ว่าจะได้ค่าแรงรถตู้ทุกวัน  ช่วงไหนไม่มีคิวจ้างก็จะไม่มีเงินเข้าบ้านเลย

แกจะมานั่งปรับทุกข์แม่ของผู้เขียนอยู่เสมอ  และจะระบายเรื่องลูกอยู่บ่อยๆ  ซึ่งแกมีลูกสาวชื่อหลิว  ลูกสาวแกไม่ยอมทำงานทำการ  วันๆ  เอาแต่เฝ้าผู้ชายจนต้องมีปัญหาที่ทำงาน  พอไม่ได้ดังใจเวลาแม่ดุแม่บ่นอะไร  เธอมักจะลงไม้ลงมือ  ด่าทอน้าพรแกอยู่หลายครั้งจนเพื่อนบ้านเริ่มระอา  รับไม่ได้กับนิสัยทำร้ายแม่ตัวเอง  แม่ของผู้เขียนก็ไม่ชอบเช่นกัน  เพราะนิสัยไม่มีมารยาท  ชอบมาเกาะประตูขอให้แม่ของผู้เขียนตัดผมให้ตัวเองหน่อย  แม่ผู้เขียนเลยไล่กลับบ้านไปแทบทุกครั้ง  แล้ววันนั้นหลิวตั้งครรภ์ได้หลายเดือน  เกือบใกล้คลอดถึงกลับมาบ้านพร้อมกับผู้ชายที่เธอติดพันด้วย  เนื่องด้วยผู้ชายคนนั้นไม่ค่อยทำงานทำการ  เหมือนเป็นคนไม่มีหัวนอนปลายเท้าว่าเป็นใครมาจากไหน   อีกทั้งลูกแกไปติดพันคนนี้แบบไม่ป้องกันด้วย  น้าพรแกไม่ชอบผู้ชายคนนี้เท่าไหร่  แกจะมาระบายกับแม่ของผู้เขียนเป็นประจำ

ไม่มีใครชอบลูกสาวของน้าพรเลย  ถ้าช่วยเหลือน้าพรพอต่อลมหายใจพอได้  แต่ลูกสาวน้าพรจะไม่มีใครยุ่ง

แกจะโทษตัวเองอยู่เป็นประจำว่า…ถ้าในวันนั้นไม่เอาไปฝากให้แม่ตัวเองเลี้ยง  นิสัยคงไม่เสีย  เอาแต่ใจตัวเองได้ถึงขนาดนี้  แกเล่าทั้งน้ำตาว่าตัวเองโดนสามีทอดทิ้ง   ทิ้งไปมีครอบครัวใหม่  แล้วไม่ส่งเสียลูกตัวเองเลย  ถ้าตัวเองเอาลูกมาเลี้ยงตอนทำงาน  แกจะสบายใจกว่านี้   เพราะแม่ของน้าพรเองเป็นคนตามใจหลานจนเสียคน  อยากได้อะไรก็ต้องได้  ด้วยความที่การศึกษาเข้าไม่ถึง  ทำให้แม่ของน้าพรสอนหลิวด่าแม่ตัวเอง  ถ้าน้าพรทำอะไรไม่ได้ดังใจ  พอน้าพรแกห้าม  ก็โดนแม่ตัวเองด่าว่าเนรคุณ  เถียงแม่ตัวเองเสมอ  มียายดีๆ  ที่ไหนสอนให้หลานด่าแม่ตัวเองเพราะความสะใจล่ะ  ทุกครั้งเวลาที่ยายสอนอะไรหลิวจะฟ้ง  แต่แม่ตัวเองจะไม่ฟังเลย  จะเถียงจะด่าจนเหมือนไม่ใช่แม่ลูกหลายครั้ง

ตรรกะบิดเบี้ยวที่ผู้ใหญ่ทับถมมาเป็นเวลานาน  มันกลายเป็นสิ่งที่หลิวไม่สามารถอยู่ในสังคมได้อีกเลย  จนกระทั่งผู้เป็นยายได้จากไป  ความสัมพันธ์ที่ไม่ได้รับความร่วมมือที่จะแก้ไข  กลับทำให้ทุกอย่างเลวร้ายลง

เมื่อสิ้นบุญแม่ของน้าพรเอง  หลิวจะโวยวายเอาแต่ใจ  หาเรื่องทำร้ายแม่ตัวเอง  หาทางประชดประชันเพราะไม่มียายคอยคุ้มหัวแล้ว  ก็เลยประชดแม่โดยการไปนอนกับผู้ชายไม่ซ้ำหน้า  ไม่สนใจแม้แต่ทำงานเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง  แล้วมักจะมีเรื่องตบตีกับคนในที่ทำงานเพราะแย่งผู้ชายคนที่น้าพรไม่ชอบให้เอาเข้าบ้านอยู่หลายครั้ง  จนที่ทำงานต้องสั่งไล่ออกเพราะไม่สามารถร่วมงานกับคนในที่ทำงานได้เลย  ต้องกลับมาบ้านพร้อมกับลูกในท้องและผู้ชายไม่มีแก่นสารมาบ้าน

ทำเลวมากน้อยแค่ไหน   ชีวิตมีแต่แก่งแย่งชิงกับคนอื่นเรื่องผู้ชาย  พอตัวเองลำบากไม่มีเงินก็ไม่พ้นแม่ตัวเองเลยสักครั้งเดียว  กลับบ้านทั้งทีตอนไม่มีเงินเท่านั้น  ตัวเองเป็นคนตบตีแม่ตัวเองมาตลอด  แล้วแม่ตัวเองก็ต้องรับ  ต่อให้ลูกเลวแค่ไหนคนเป็นแม่ต้องรับลูกตัวเองเข้าบ้านทั้งน้ำตา  ถ้าไม่รับก็จะดูใจร้ายกับหลานในท้องเกินไป  หลานยังไม่รู้อิโหน่อิเหน่  เลยต้องรับทั้งน้ำตาของผู้เป็นแม่  ในทางกลับกันก็สงสารหลานที่มีพ่อแม่ไม่มีคุณภาพด้วย

ทุกวันนี้น้าพรแกไม่ให้หลิวเข้าบ้านเพราะรับนิสัยไม่ได้  ถ้าจะกลับมาอย่ากลับมา  เพราะนิสัยของหลิวเกินเยียวยามาก  กลัวว่าหลานที่อายุได้สี่ขวบจะได้รับนิสัยไม่ดีจากแม่ตัวเอง   น้าพรก็ไม่อยากทำในสิ่งไม่ดีให้หลานเห็น  เหมือนสิ่งที่แม่ตัวเองยัดเยียดความไม่ดีให้กับหลิวตอนเด็ก  แกต้องรับเรื่องผลจากการเสียคนของหลิว  ซึ่งเป็นผลเสียที่แกพูดอะไรไม่ออกเลย  เพราะเป็นผลมาจากแม่บังเกิดเกล้าที่สอนหลานตัวเองในทางไม่ดีแท้ๆ

ถ้าจะให้เสียคนเสียที่เรา  ดีกว่าเสียเพราะคนอื่น  เพราะมันแก้ไขอะไรไม่ได้เลยเหมือน  ณ  ตอนนี้

นานาสาระ ล่าสุด
โรงเรียนบ้านโป่งเจ็ด
โรงเรียนบ้านโป่งเจ็ด
โรงเรียนบ้านโป่งเจ็ด
โรงเรียนบ้านโป่งเจ็ด