head-banpongjed-min
วันที่ 1 มีนาคม 2021 12:03 PM
ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ โรงเรียนบ้านโป่งเจ็ด
โรงเรียนบ้านโป่งเจ็ด
หน้าหลัก » นานาสาระ » คนดีผีคุ้ม

คนดีผีคุ้ม

อัพเดทวันที่ 26 มกราคม 2021

คนดีผีคุ้ม

เป็นคนดี

 

เป็นคนดี นานมาแล้ว  ณ หมู่บ้านแห่งหนึ่ง มีชายวัยกลางคน อยู่คนหนึ่ง ชื่อลุงทองดีแกเป็นคนจิตใจดีมีเมตตาและขยันขันแข็ง ลุงทองดีมีที่นาอยู่ไม่มากแต่เพราะเป็นคนขยันจึงสามารถสร้างมูลค่าให้กับที่นาได้อย่างมากมายนอกจากปลูกข้าวแล้วลุงทองดียังปลูกผัก เลี้ยงเป็ด เลี้ยงไก่

และเลี้ยงวัวอีกด้วยเมื่อลุงทองดีสามารถสร้างผลผลิตจากไร่นาและสัตว์เลี้ยงได้มากแกก็นำผลผลิตไปขายที่ในตลาดทำให้ลุงทองดีมีเงินใช้สอยอย่างไม่

ขาดมือแถมยังมีเงินเก็บอีกด้วยเมื่อเงินทองเหลือจากส่วนพวกนี้ลุงทองดีก็มักจะนำเงินทองไปบริจาคให้วัด และผู้ยากไร้อย่างสม่ำเสมอวันหนึ่งมีผัวมีคู่หนึ่ง ซึ่งเป็นญาติห่างๆ ของเมียลุงทองดีได้เดินทางมาเยี่ยม ลุงทองดีกับเมียจากนั้นก็ออกปากขอหยิบยืมเงินทองดีของลุงทองดีจำนวนหนึ่งโดนทั้ง 2 ได้อ้างมาว่าปีที่ผ่านมานั้นฝนนั้นแล้งมากทำให้พวกเขาไม่สามารถปลูกข้าวเอาไปขายได้จึงต้องอยู่อย่างอดๆ อยากๆ จึงต้องแบกหน้ามา

ขอยืมเงินลุงทองดีเพื่อเป็นเงินในการลงทุนเพาะปลูกในฤดูกาลใหม่ที่กำลังจะมาถึงด้วยความที่เป็นคนมีจิตใจดีเป็นทุนเดิมอยู่แล้วเมื่อได้ฟังเรื่องราวอันน่าสงสารจากเมียลุงทองดีจึงยินดีนำเงินจำนวนไม่น้อยมาให้กับญาติของเมียได้หยิบยืมเพื่อนำเงินมาทำทุนก่อน ฝ่าย 2 ผัวเมียพอได้เงินมาก็ยกมือไหว้ลุงอย่างอ่อนน้อมพูดจาอย่างอ่อนหวานขอบอกขอบใจลุงทองดีกับเมียเสียยกใหญ่ทั้ง 2 ยกยอลุงทองดีให้เปรียบเสมือนพ่อพระเหมือน

เทวดาเดินดินที่มาโปรดให้พวกเขาหายทุกข์ยากจากความเดือดร้อนจากนั้นทั้ง 2 ก็ร่ำลากลับหมู่บ้านของตนเองลุงทองดีกับเมียก็รู้สึกอิ่มอกอิ่มใจที่ได้ช่วยเหลือญาติที่กำลังเดือดร้อนเวลาผ่านไปตากวันกลายเป็นเดือนจากเดือนกลายเป็นปีจากปีกลายเป็น 3 ปี ก็ไม่มีทีท่าว่าทั้ง 2 จะนำเงินมาคืนเสียทีเมียของลุงทองดีก็เห็นว่าสมควรแล้วที่จะไปทวงเงินคืนจึงบอกกับลุงว่านางจะเดินทางไปบ้านของญาติด้วยตนเอง แต่ลุงทองดีเห็นว่าเป็น

ระยะทางที่ไกลต้องพักค้างแรมกลางป่าก่อนจะไปถึงหมู่บ้านของญาติคู่นั้นลุงจึงบอกกับเมียว่าลุงจะไปทวงเงินด้วยตัวเอง และให้เมียรออยู่ที่บ้านเมื่อตัดสินใจได้อย่างนั้นเมียของลุงก็ได้ห่อข้าวปลาอาหารให้ลุงใส่ย่ามติดตัวไปด้วยลุงทองดีก็จัดเตรียมวัวเข้าเทียมเกวียน แล้วออกเดินทางเมื่อลุงทองดีเดินทางออกจากหมู่บ้านได้พอสมควรก็ได้เวลากินอาหารเที่ยงลุงทองดีจึงจอดเกวียนไว้ใต้ตนไม้ใหญ่จากนั้นก็ลงจากเกวียนไปนั่งพักใต้

ร่มไม้จัดแจงเอาใบตองปูรองบนพื้นแล้ววางข้าวปลาอาหารที่เมียจัดแจงเอาไว้ให้แต่ก่อนที่จะลงมือกินข้าวลุงได้นำใบตองมาทำเป็นกระทงแล้วแบ่งข้าวปลาอาหารจำนวนหนึ่งใส่ไว้แล้วไปวางไว้ที่แจ้งพร้อมทั้งบอกกล่าวเล่าสิบกับเจ้าที่เจ้าทางในป่าแห่งนั้นว่าจะมาขอพักอาศัยอยู่ชั่วคราวแล้วขอแบ่งอาหารให้กับเจ้าที่เจ้าทางในป่าแถบนั้นรวมถึงสัมภเวสีผีเร่ร่อนไร้ญาติจากนั้นลุงก็วางใบตองลงแล้วเดินกลับมานั่งที่โคนต้นไม้เพื่อลงมือกิน

อาหารอย่างเอร็ดอร่อยลุงทองดีกินข้าวไปได้จนใกล้จะอิ่มลุงทองดีก็ได้ยินเสียงมาเห่าออกมากจากพุ่มไม้ คู่หนึ่งหมาสีน้ำตาลอมแดงท่าทางเป็นมิตรก็เดินเข้ามาหามันแกว่างกางไปมาแล้วส่งเสียงครางหงิ่งๆ คล้ายกับจะบอกว่ามันหิว “มาๆ หิวก็เข้ามานี่ ไอ้แดงข้าจะแบ่งข้าวให้เอ็งกิน” ลุงทองดีกวักมือเรียกเจ้าหมาสีน้ำตาลอมแดงให้เข้ามาหา เจ้าหมาได้ยินอย่างนั้นก็รีบกระดิกหางเข้ามาแล้วก้มตัวลงกินข้าวที่ลงวางไว้บนใบตองให้มันอย่าง

เอร็ดอร่อยลุงทองดีเห็นอย่างนั้นก็อมยิ้มอย่างเอ็นดูที่เจ้าหมามีท่าทางกินข้าวอย่างเรียบร้อยไม่มูมมามแล้วเมื่อกินเสร็จมันก็เงยหน้าขึ้นมองลุงทองดีแล้วส่งเสียง บ็อกๆ คล้ายกับจะบอกว่าขอบคุณลุงทองดีนั่งพักอยู่โคนต้นไม้อยู่ครู่ใหญ่โดยมีเจ้าหมานอนหมอบอยู่ใกล้จากนั้นก็เก็บข้าวของแล้วขึ้นเกวียนออกเดินทางต่อเพราะตั้งใจว่าจะไปให้ถึงบ้านญาติของเมียอย่างช้าก็ไม่ควรเกินเที่ยงของวันรุ่งขึ้นพอลุงทองดีบอกให้วัวเทียมเกวียนเริ่ม

ออกเดินเจ้าหมาแสนรู้ก็วิ่งตาม “ทำไมแกจะไปด้วยรึ” ลุงทองดีถามมัน มันก็เห่าเสียงบ็อกๆ ตอบเหมือนจะบอกว่าอยากไปด้วย “เอ้า ไปก็ไป เอ็งตัวไม่ใหญ่มาก ข้าก็คงจะมีข้าวเหลือแบ่งเอ็งกินบ้างละ” ลุงทองดีว่าอย่างนั้นก่อนจะหัวเราะ ที่มันกระโดดโลดเต้นอย่างดีใจที่เขาให้มันติดตามไปด้วย “แสนรู้จริงนะเอ็งไอ้แดง” ลุงทองดีเดินทางต่อไปซึ่งเข้าเขตป่าละเมาะซึ่งไม่ได้เป็นป่าหน้ากลัวแต่อย่างใดเพราะเป็นเส้นทางที่ชาวบ้านใช้เดินทาง

สัญจรไปมา ชาวบ้านที่จะเดินทางไปมาจากหมู่บ้านต่างๆ เพื่อไปค้าขายขายหนือไปเยี่ยมญาติมิตรก็ล้วนแต่ใช้เส้นทางผ่านป่านี้กันทั้งนั้นลุงทองดีตั้งใจจะเดินทางให้พ้นป่าก่อนค่ำมืดแต่ก็ไม่ทันเพราะเกิดมืดค่ำเสียกลางทางจึงจำใจต้องค้างคืนในป่าแห่งนั่น นั้นเองลุงทองดีจอดเกวียนแล้วก่อกองไฟเล็กๆ เอาไว้ให้วัวกับเจ้าหมาแดงแสนรู้ จากนั้นก็ลงมือกินข้าวโดยที่ไม่ลืมแบ่งให้เจ้าที่เจ้าทางสัมภเวสีผีเร่ร่อน และเจ้าหมาแสนฉลาดอีกด้วย

จากนั้นก็ขึ้นไปนอนบนเกวียนค่ำคืนผ่านไปอย่างสงบสุขไม่มีเรื่องใดๆ มารบดวนลุงทองดีเลยตลอดทั้งคืนนั้นก็เพราะลุงทองดี เป็นคนดี มีสัมมาคารวะเจ้าที่เจ้าทางก็ชื่นชมอีกทั้งมีสัมภเวสีตนหนึ่งที่ได้กินข้าวที่ลุงทองดีแบ่งให้แอบติดตามลุงมาเพราะต้องการจะตอบแทนลุงทองดีรุ่งเช้าลุงทองดีก็รีบออกเดินทางแต่เช้าโดยมีเจ้าแดงวิ่งตามไปตลอดทางจนเกือบเที่ยงก็มาถึงบ้านของ 2 ผัวเมียที่หยิบยืมเงินมาร่วม 3 ปี พอ 2 คนนั้นเห็นหน้าลุง

ทองดีก็ตกใจเป็นอันมากเดราะไม่ได้คิดจะคืนเงินให้ลุงตั้งแต่แรกแล้วพวกเขาตั้งใจจะยืมแล้วทำเป็นเงียบไปเสียเพราะโมเมคิดไปเองว่าไหนๆ ก็เป็นญาติเกี่ยวดองกันอยู่แล้วเงินทองก็คงไม่ต้องคืนก็ได้แม้ตอนนี้ทั้ง 2 จะมีเงินทองมากพอที่จะคืนแล้วก็ตาม “เอ้า พี่ทองดีลมอะไรหมอบมาถึงที่นี่ได้ละ” นางสำลีญาติของเมียลุงทองดีรีบเอ่ยปากทักทายเมื่อเห็นลุงลงมาจากเกวียน “ก็จะมาทวงเงินคืนนะสิเห็นว่าหยิบยืมมาร่วม 3 ปีแล้ว อีกอย่าง

ฉันก็ผ่านาข้าวของเจ้า 2 คนมาเห็นข้าวงอกงามดีก็คงจะมีทุนพอตั้งตัวแล้วเหลือเก็บกันได้บ้างแล้วสินะ” ลุงทองดีว่าอย่างนั้นส่วน 2 ผัวเมียก็หันมามองหน้ากัน เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไปโปรดติดตามตอนต่อไป

 

อ่านสาระเพิ่มเติมคลิก! : ครอบครัว

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook

นานาสาระ ล่าสุด
โรงเรียนบ้านโป่งเจ็ด
โรงเรียนบ้านโป่งเจ็ด
โรงเรียนบ้านโป่งเจ็ด
โรงเรียนบ้านโป่งเจ็ด