head-banpongjed-min
วันที่ 24 กันยายน 2021 10:54 AM
ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ โรงเรียนบ้านโป่งเจ็ด
โรงเรียนบ้านโป่งเจ็ด
หน้าหลัก » นานาสาระ » ไอ้เอ๋อคนนั้นมันเป็นเจ้ากรรมนายเวร

ไอ้เอ๋อคนนั้นมันเป็นเจ้ากรรมนายเวร

อัพเดทวันที่ 20 พฤศจิกายน 2020

ไอ้เอ๋อคนนั้นมันเป็นเจ้ากรรมนายเวร

เทคนิคการแพทย์

 

เทคนิคการแพทย์ ฉันขอสมมุติตัวเองชื่อว่าก้อยละกันนะคะ  ฉันย้ายมาทำงานที่บริษัทแห่งหนึ่งที่ เกี่ยวข้องกับ เทคนิคการแพทย์  แล้วฉันทำงานที่นี่เป็นเดือนแรก  ถึงแม้ว่าอยู่ใกล้บ้านก็สะดวกดี  แค่ขับมอเตอร์ไซค์จากบ้านประมาณ  200 เมตรมาที่ทำงานก็สะดวกดีนี่  แถมที่นี่ก็ติดถนนพอสมควร  หิวเมื่อไหร่ก็แวะมาที่ร้านสะดวกซื้อหน้าหมู่บ้าน  หรือแวะมากินร้านผัดไทตามสั่งได้เลย  ซึ่งตรงโซนนั้นเป็นทางเข้าหมู่บ้านสองเลนถนน  เข้ามาปุ๊บจะเจอที่ทำงานฉันพอดี

ฉันทำงานเป็นฝ่ายเทคนิคการแพทย์  จะทำงานด้านตรวจเลือด  แบคทีเรีย  ตรวจสารคัดหลั่ง  รวมทั้งตรวจดีเอ็นเอ  จะว่าไปการทำงานของฉันก็เสี่ยงอยู่  เพราะต้องเจอกับพวกนี้โดยตรง  ด้วยความที่ว่าบ้านเราอยู่ในช่วงโควิด-19  เข้ามาด้วย  ทำให้ที่ทำงานวุ่นวายเป็นพิเศษ  เพราะคนที่มาใช้บริการเขาค่อนข้างกลัวว่าจะติดไหม  เลยทำให้ทำงานหนักเป็นพิเศษ  แต่สิ่งที่ฉันรู้สึกผิดสังเกตมานานมาก  ในช่วงประมาณบ่ายสองเห็นผู้ชายคนหนึ่ง  คล้ายๆ  คนหลอนๆ  เหมือนคนเสียสติเดินผ่านไปผ่านมา  มองมาทางฉัน  ฉันกลัวมาก  คนนั้นเดินมาหาฉันพร้อมกับจ้องมองเหมือนมันโกรธฉันตั้งแต่ชาติปางไหน  เขาเดินมาด่าฉันแบบสาดเสียเทเสียว่า

“อีตอแหล…มึงทำอะไรกูไว้  กูจะเล่นมึงให้หนัก”

จนพี่สา  ที่เป็นรุ่นพี่ที่ทำงานของฉัน  ต้องเรียกผู้ชายมาไล่ออกไป  มันไม่มีท่าทีจะยอมออกจนฉันกลัวตัวสั่นมาก  พี่สาขู่ว่าถ้าไม่ออกไปจะเรียกตำรวจมาลากคอแก

“กูไม่ไป…กูจะทำแล้วจะทำไม  อีตอแหล”

“เรียกตำรวจไปลากคอไอ้เอ๋อออกจากที่นี่ดิ๊  ไม่นั้นคนไม่ต้องทำงานกันพอดี”

ผู้ชายคนนั้นที่พี่สาเรียกว่าไอ้เอ๋อ  มันไม่ยอมไปง่ายๆ  แต่พี่สาเอาตัวขวางไว้  จนกระทั่งตำรวจสายตรวจมาพอดี  ไอ้เอ๋อคนนั้นรีบวิ่งหนีออกไป   วิ่งแบบหนีเอาชีวิตรอดเลยทีเดียว 

ทันใดนั้น…มันถูกต้นไม้ที่ทางเทศบาลมาตัดเพื่อไม่ให้เกี่ยวสายไฟ  ต้นไม้ล้มทับจนส่วนที่เป็นรอยตัดคมๆ  ที่ตัดจนบาดคอมันขาด  พวกเราช็อกมากและไม่คิดว่ามันจะกลายเป็นเรื่องแบบนี้ที่ต้องมาเห็นใครก็ไม่รู้มาชี้หน้าด่าโดยไม่มีสาเหตุ  และไม่มีใครรู้ว่าคนที่มาชี้หน้าด่าต้องมาตายต่อหน้าต่อตา

“ก้อยโอเคไหม”

พี่สาถามฉันด้วยความเป็นห่วง  ตำรวจประสานงานกับทางเจ้าหน้าที่มาที่เกิดเหตุโดยด่วน  ซึ่งทางเทศบาลงุนงงมากทั้งที่ติดป้ายห้ามเข้าในบริเวณนั้นแล้ว  แต่คนที่เรียกว่าไอ้เอ๋อก็ยังมาตรงจุดอันตรายนั้นจนได้  กว่าจะทำคดีได้ต้องห้ามปรามพวกไทยมุงทั้งหลายออกก่อน  พวกนั้นมุงทีขวางตำรวจจนทำคดีไม่ได้เลยล่ะ

“ใครคอขาดวะพวกเอ็ง”

“จะใครซะอีกล่ะก็ไอ้เอ๋อไง  ไอ้คนสติไม่ดีชี้หน้าด่าคนนั้นคนนี้อ่ะ”

ฉันเลยถามพี่สาว่าไอ้เอ๋อเป็นใครทำไมมาชี้หน้าด่าคนนั้นคนนี้ได้  แล้วไม่มีใครมาพาไปรักษาอาการทางประสาทเลยเหรอ  พี่สาบอกว่าเคยมีคนเรียกโรงพยาบาลจิตเวชมารับแล้ว  แต่ก็หนีออกมาอีก  แล้วมาด่าคนนั้นคนนี้มั่วซั่วอีกรอบ  บางคนถึงขั้นหนีป่าราบเมื่อเจอหน้าไอ้เอ๋อพอดี

“ไอ้เอ๋ออ่ะมันไม่ปกติมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว  มันเหมือนคนไม่เต็มบาทน่ะ  ใครๆ  ก็เรียกมันว่าเอ๋อ  ไม่เต็มบาทพอรับได้นะ  แต่นี่แถมประสาทด้วย  หมดเวรหมดกรรมตั้งแต่ตอนนี้ก็ดีเหมือนกัน  จะได้ไม่ระรานคนอยู่อีก”

พี่สาพูดด้วยความปลง  แล้วก็บอกให้คนอื่นกลับไปทำงานไป  ส่วนพี่สามานั่งช่วยงานแล็บกับฉัน  เพราะเธอกลัวฉันใจคอไม่ดีเรื่องคราวนั้นแหล่ะ  จะว่าไปพี่สาเธอก็ดีกับฉันเหมือนกัน

คืนต่อมา…หลังจากเหตุการณ์นั้น…

“ก้อย…ถ้าเห็นอะไรหรือได้ยินเสียงอะไร  ห้ามทักเด็ดขาด  ห้ามกลับรถด้วยไม่ว่าจะยังไงก็ตาม”

“อ้าว…ทำไมเหรอพี่สา”

“เชื่อพี่เถอะ  เสร็จงานปุ๊บรีบกลับบ้านเลย  ลุงนึกแกจะได้ปิดคลินิกด้วย”

ฉันกลับบ้านช้ากว่าปกติเพราะต้องรอให้ลูกค้าคนสุดท้ายกลับไปก่อน  ฉันถึงจะกลับบ้านได้  พี่สาบอกว่าวันนี้พี่ไปงานกินเลี้ยงลูกสาวก่อน  ต้องไปถึงงานสองทุ่ม  ฉันเลยไม่ได้ว่าอะไรพี่สาเลย  คืนนั้นฉันขับฟีโน่คู่ใจกลับมาบ้านตามปกติ  แต่ว่าหางตาเจ้ากรรมไปเห็นอะไรเข้าเสียก่อน  ลืมที่พี่สาเตือนจนสนิทเลย

ภาพชายเสียสติเดินมาอย่างกับซอมบี้ในเรื่อง  Walking  Dead  ตามท้ายมาใกล้ๆ  ฉัน  สักพักดึงหัวตัวเองหิ้วออกมา  ฉันเห็นปุ๊บฉันบิดซิ่งทันทียิ่งกว่า  Fast  8  เลยทีเดียว  ฉันซิ่งแทบป่าราบ  แต่ชายเสียสติคนนั้นวิ่งตามฉันสภาพหัวขาดพร้อมกับหิ้วหัวตัวเองมาด้วย  ฉันรีบหนีเข้าทางเข้าหมู่บ้าน  มันวิ่งอย่างกับติดสปีดพร้อมกับตะโกนว่า

“อีตอแหล…มึงทำให้กูตาย  กูจะเอาคืนมึง!!!”

มันวิ่งมาหาฉันราวกับติดสปีดพร้อมกับหิ้วหัวตัวเองมาด้วย  มันมุ่งมาทางฉันจากจุดที่มันเคยตาย  ฉันจำได้ว่ามันคือใคร  ฉันร้องอุทานสัตว์เลื้อยคลานลั่นมาก  ฉันบิดซิ่งแบบไม่กลัวตาย  อย่ามาใกล้รถฉันก็พอ  จนฉันขี่รถมาที่วัด  แล้วรีบวิ่งเข้าไปในโบสถ์ทันใดจนแม่ชีที่อยู่ในกุฏิเดินลงมาถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับฉัน

“นึกถึงพุทธองค์ไว้นะแม่หนู…หนูปลอดภัยแล้วนะ”

แม่ชีท่านปลอบฉัน  ฉันไม่คิดเลยว่าชีวิตฉันจะต้องมามีอริกับผีเสียสติแบบนี้ด้วย  แม่ชีท่านเหมือนรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับฉัน  แม่ชีมาหาฉันทั้งวัดก็ว่าได้  มาคล้องสายสิญจน์ให้ฉันเต็มเลย

ฉันท่องนะโมสามจบแบบผิดๆ  ถูกๆ  แต่ไม่คิดเลยว่าชีวิตจะมาเจอผีเสียสติคนนั้น  แม่ชีที่อยู่ในวัดรีบออกจากกุฏิมาหาฉันถามว่าเกิดอะไรขึ้น  แล้วในโบสถ์แม่ชีพากันสวดมนต์  พันสายสิญจน์ให้ฉันยกใหญ่เลย  ในขณะที่แม่ชีกำลังสวดมนต์นั้น  ไอ้เอ๋อวนรอบโบสถ์พร้อมกับชูหัวตัวเองไปมา  วนแบบนี้อยู่สองชั่วโมงกว่าๆ  ฉันกลัวมาก  ใครก็ได้เอามันออกไปที  ฉันบอกกับแม่ชีกลุ่มที่สวดให้ฉันว่า  ไอ้เอ๋อมันตามมาหลอกหนูแล้ว  แม่ช่วยไล่มันไปที  แม่ชีท่านสวดบทสวดบทหนึ่ง  ซึ่งบทนั้นเป็นบทที่ไอ้เอ๋อกลัวมาก  มันกลัวจนมันหวีดร้องแล้วมันก็หายไป

“หนูพอจำได้ไหมว่าเกิดอะไรกับหนูตอนนั้น”

“มันเป็นคนเสียสติที่มาชี้หน้าด่าหนู  แล้วมันก็มาหลอกหนูนี่แหล่ะจ้ะ”

แม่ชีท่านหนึ่งถามฉัน  แต่มีแม่ชีอีกท่านหนึ่งดูแล้วน่าจะญาณสูงมาก  ท่านเพ่งมองมาที่ฉันแล้วพบว่า  ไอ้เอ๋อคือเจ้ากรรมนายเวรของหนู  ฉันงงว่าไปทำอะไรให้เขา  อยู่ดีๆ  มาชี้หน้าด่าเหมือนคนเสียสติ  ซึ่งแม่บอกกับฉันว่า

ชาติที่แล้วหนูทำกับเขาไว้  ชาตินี้เขาเลยมาเอาหนูคืน  คืนนี้หนูอยู่ที่วัดกับแม่ก่อนนะ  อย่าเพิ่งกลับไปเลย  เกรงว่าอันตรายจะมาถึงตัว  รอจนเช้าหนูค่อยกลับนะหนู”

“ค่ะแม่ชี”

ฉันอยู่ที่วัดคืนนี้แทนเพื่อไม่ให้ตัวฉันได้รับอันตราย  แม่ชีบอกให้ฉันแผ่เมตตา อุทิศส่วนกุศลให้เขามากๆ  เพราะแรงกรรมที่แม่ชีไม่อาจบอกได้ในชาติปางก่อน  ถ้าบอกไปจะเป็นการฝืนกฎแห่งกรรม  แน่นอนว่าท่านคงบอกได้เท่านี้แหล่ะ  รวมถึงกรรมที่ทำร่วมกันมาโดยที่ฉันไม่รู้  ทำให้ฉันต้องมาเจอไอ้เอ๋อ  แม่ชีท่านนั้นหยิบบทสวดบทหนึ่งให้ฉันสวด  แม่ชีบอกว่าเป็นบทสวดท้าวเวสสุวรรณ  ซึ่งเป็นบทสวดที่พวกผีกลัวมาก  แม่เลยให้บทสวดกับฉันไว้

พอฉันสวดด้วยความตั้งใจ  ฉันรู้สึกสงบ  รู้สึกปลอดภัยทันใด  แล้วฉันก็งีบที่วัดนั้นทั้งคืนเลยทีเดียว

เช้าต่อมา…ฉันทำบุญถวายค่าน้ำค่าไฟ  ค่าบำรุงวัด  แล้วจะขอตัวกลับก่อนเพราะต้องเข้างานตั้งแต่เก้าโมงเช้า  แต่ต้องแวะบ้านก่อนเพราะไม่ได้อาบน้ำตั้งแต่คืนนั้นเลย   ฉันกลับมาที่บ้านฉันรีบอาบน้ำอาบท่าเพื่อจะรีบไปให้ทันเข้างาน  พี่สาโทรมาถามฉันว่าตอนนี้ฉันอยู่ไหนแล้ว  ฉันเลยต้องไปอย่างรีบร้อนเป็นพิเศษ  ไปด้วยสภาพคิ้วไม่มีแบบนั้นเลย

พี่สาถามว่าฉันเป็นไงบ้าง  ฉันบอกว่าโอเคขึ้นแล้วจากเหตุการณ์วันนั้น  พี่สาบอกว่ามีเรื่องหนึ่งที่ชาวบ้านแถวนั้นพูดให้ฟังเรื่องไอ้เอ๋อ  ฉันถามว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่

“ตั้งแต่ไอ้เอ๋อตาย  มีแต่คนเจอดีทั้งนั้นเลย”

“นึกว่าเป็นแค่หนูคนเดียวอีกพี่สา”

“หา???  เจอดีไอ้เอ๋อ?”

“ใช่พี่  แล้วคนอื่นเขาเจอดีกันยังไงพี่สา”

“เจอดีในสภาพหัวขาดน่ะสิ  ขนาดเด็กเซเว่นไปส่งของถึงบ้าน  เด็กยังหนีป่าราบกัน  วินยังเป็นไข้หัวโกร๋น  ตอนนี้เจ้าของโครงการได้เชิญพระมาปัดรังควานละ  เห็นว่าท่านจะมานี่สิบโมงเช้าวันนี้แหล่ะ  ไม่นั้นไม่ต้องทำงานกันพอดี”

ถือว่าฉันโชคดีมากที่แม่ชีให้บทสวดท้าวเวสสุวรรณกับฉัน  ฉันเลยท่องบทนั้นขึ้นใจเลย   จากเรื่องของไอ้เอ๋อมันทำให้ฉันรู้ว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้จริงๆ  ไม่ใช่แค่อยู่ดีๆ  จะมาชี้หน้าด่าปาวๆ  แต่อย่างไรเสียฉันก็งุนงงอยู่ดีว่ามันมาชี้หน้าฉันด่าว่าอีตอแหลทำไม  ในเมื่อฉันไม่ได้ทำเรื่องบาดหมางกับใคร

จะว่าไปก็ยังเป็นปริศนาที่คาใจคนอย่างฉันอยู่ดีแหล่ะ…ขออย่างเดียวอย่ามาให้ฉันเจออีกเลย

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook

นานาสาระ ล่าสุด
โรงเรียนบ้านโป่งเจ็ด
โรงเรียนบ้านโป่งเจ็ด
โรงเรียนบ้านโป่งเจ็ด
โรงเรียนบ้านโป่งเจ็ด