head-banpongjed-min
วันที่ 24 กันยายน 2021 9:50 AM
ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ โรงเรียนบ้านโป่งเจ็ด
โรงเรียนบ้านโป่งเจ็ด
หน้าหลัก » นานาสาระ » ชายผ้าเหลืองของพี่ชาย

ชายผ้าเหลืองของพี่ชาย

อัพเดทวันที่ 16 พฤศจิกายน 2020

ชายผ้าเหลืองของพี่ชาย

ชายผ้าเหลือง

 

 

ชายผ้าเหลือง ที่ตำบลแห่งหนึ่งมีครอบครัวหนึ่งมีลูกชาย 2 คนครับคนโตชื่อนายสมบัติคนเล็กชื่อในเตี้ยชื่อเตี้ยเพราะเกิดมาร่างกาย ไม่เจริญเติบโต ตัวเล็กคละกันแถมตากะลีพ่อแม่ก็ไม่ค่อยรู้สึกอับอายที่มีลูกเป็นแบบนี้ไม่ค่อยเอาไปไหนด้วยจะรักสมบัติคนพี่มากเพราะว่าหน้าตาดีใครเห็นใครก็ชมสาวๆในตำบลไอ้หลงรักสมบัติกันหลายคนแม่มักจะตบตีเตี้ยอยู่เป็นประจำทำอะไรก็ขัดลูกหูลูกตาไปหมดในบ้านนี้ไม่มีใครที่จะมีความเมตตากับ

เตี้ยเลยมาทุกคนกินข้าวเสร็จเตี้ยก็ต้องเก็บจานไปล้างจะไปทำสวนเหมือนพ่อกับพี่ชายก็ทำอะไรไม่ได้เต็มที่เพราะเตี้ยนั้นหัวมือไม้ก็สั้นเตี้ยเก็บความน้อยเนื้อต่ำใจไว้ก็ไม่เคยปิดปากก็แอบร้องไห้อยู่บ่อยๆชาวบ้านต่างก็พอจะรู้เรื่องก็เคยพูดกับแม่วะนี่แม่ใสไม่สงสารลูกบ้างเหรอไอ้เตี้ยมันก็เกิดมาเป็นแบบนี้มันก็ช้ำชอกใจมากอยู่แล้วอย่าไปด่ามันมากนักเลย มันเกิดมาไม่เหมือนชาวบ้านน่ะสิฉันถึงได้เกลียดขี้หน้ามันนะคนอื่นที่เขาเกิดมาเป็น

คนแคระก็มีมากมายพ่อแม่เขาก็ยังรักนะแม่สายนี่พ่อลุงเรื่องอย่ามาพูดให้ฉันใจอ่อนเลยไอ้เรื่องไอ้ลูกเวรเนี่ยต่อมาพ่อกับแม่จะบวชให้สมบัติคนพี่เตี้ยก็อยากจะบวชด้วยเพราะว่าอายุก็ได้ 21 ปีแล้วพี่ชายก็ห่างกันแค่ 2 ปีแม่ขอผมบวชด้วยนะครับแม่ผมอยากบวชบ้างมึงไปไกลๆตีนกูเลยไอ้เตี้ยบวชให้อายขายหน้าชาวบ้านเขาเหรอสมบัติพี่ชายก็พูดเสริมตัวเท่าหมาเห*้ยคิดจะบวชใครเขาจะหมดมึงไปสวดตามงานว่าไอ้เตี้ยมึงเตรียมตัวบ้างสิวะ

ตาก็เหล่มึงเกิดมาใช้กรรมชาติก่อนนะคงจะทำกรรมไว้มากสมบัติว่าอย่างนั้นเตี้ยก็หันไปมองพ่อพ่อก็บอกว่าถ้ามึงบวชก็บวชได้แต่กูยังไม่ให้มึงบวชหรอกเจียมตัวซะบ้างสิว่าตัวเองเป็นยังไงทำงานยังไม่คุ้มกับที่กิน

อ้วนเตี้ยแต่กินข้าวคนใหญ่ๆอ้วนๆมึงทำอะไรได้บ้างนอกจากวางเบ็ดจับปลาหากุ้งหากบมึงมันก็มีดีอยู่แค่นั้นก็ว่าอย่างนั้นก็เดินเข้าห้องนอนน้ำตาคลอถึงวันงานสมบัติทัวร์ใส่ทองหลายเส้นแม่มีเท่าไหร่ก็ประเคนให้ใส่เพราะว่าเป็น

ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนเตี้ยไปแอบนั่งอยู่ที่ท่าน้ำเพราะว่าแม่บอกอย่าไปเสนอหน้าโชว์ความอัปลักษณ์ถึงเวลาที่เขากินข้าวกันเตี้ยกว่าเดินไปหาซื้อกินที่ร้านก๋วยเตี๋ยวไอ้เตี้ยที่บ้านจัดงานของกินก็เยอะแยะเองมากินก๋วยเตี๋ยวทำไมวะฉันเบื่อข้าวแต่แม่ค้าก็เลยมากินก๋วยเตี๋ยวเอาโอเลี้ยงแก้วนึงด้วยนะป้าเบื่อข้าวหรือว่าแม่เอ็งไม่ให้เข้าไปในงานหรือเปล่าครับไปงานเมื่อเช้าก็ไม่เห็นเอ็งเลยอันนี้เป็นเสียงจากชาวบ้านรายหนึ่งที่มันนั่งคุย

กับแม่ค้าเตี้ยไม่ตอบมานั่งก้มหน้าแม่เอ็งนี่รักลูกลำเอียงนะทำบุญทำทานที่อื่นมากมายแต่ตัวเองน่ะทำเหมือนไม่ใช่ลูกรักแต่คนโตมันใช้ไม่ได้นะเสียก็บอกว่าอย่าไปว่าแม่เลยครับมันเป็นกรรมของผมเองทุกคนก็เลยเงียบไป ถ้าเสร็จงานก็ต้องขนถ้วยชามหม้อไหไปคืนวัดเตี้ยก็ช่วยเต็มที่เท่าที่จะทำได้ชาวบ้านก็ช่วยกันหลายคนขนของไปถึงวัดพระลูกวัดกับเณรก็เอารายการของที่ยืมไปมาตรวจดูว่าของครบไหมครับทุกอย่างที่ยืมไปปรากฏว่า

ช้อนขาดไป 3 อันนั้นก็บอกว่าช้อนขาดไป 3 อันพ่อก็บอกว่าเดี๋ยวจะซื้อมาคืนโหลนึงเมื่อกลับมาถึงบ้านพ่อก็เรียกเตี้ยมาไอ้เตี้ยกูให้มึงนับแค่ช้อนมึงยังนับไม่ครบเอาของไปส่งที่อับอายพระไหมร้อนขาดไป 2 น้ำมันมึงนี่มันไร้ประโยชน์จริงๆพ่อพูดพร้อมกับผัวเตี้ยไป 1 ทีแม่ก็บอกว่านรกส่งมาเกิดแท้ๆนะมึงผมขอโทษนะพ่อผมผมเป็นคนขี้ลืมตอนเรียนก็สมองทึบต้องซ้ำชั้นพ่ออย่าโกรธผมเลยนะครับเตี่ยก็ยกมือไหว้พ่อในใจของเตี้ยนี่พกพาแต่

ความชอกช้ำรีบไปที่อื่นให้พ้นหน้าฝนตามไม่อยากให้รกหูรกตาพ่อกับแม่ของตัวแม่เคยด่าเตี้ยเป็นตัวซวยปีที่เตี้ยเกิดนี่น้ำท่วมไร่นาสวนร่มขาดทุนย่อยยับแม่ก็ยิ่งเกลียดเตี้ยแต่เดี๋ยวก็คิดว่ายังดีที่แม่ยังให้กินนมจากอกแม่เตี้ยเดินไปหาพระสมบัติพี่ชายที่วัดเข้าไปหาพี่ชายเองมันทำไมไอ้เตี้ยก็มาหาหลวงพี่อ่ะผมผมอยากจะอยู่ใกล้ๆกับหลวงพี่ที่อยู่ในผ้าเหลืองอ่ะผมชอบหลวงพี่นะสวยดีสวยจริงๆพูดพร้อมกับยิ้มอย่างชื่นชมพระสมบัติพ่อ

ได้ยินน้องชายพูดอย่างนั้นก็พอใจเป็นยิ่งลักษณ์เป็นครั้งแรกเลยที่รู้สึกดีกับน้องชายแล้วเอ็งกินข้าวมาหรือยังนี่ก็จะเพลแล้วเอ็งอยู่กินข้าวที่วัดก่อนนะหลวงพี่ผมกินข้าวเช้าตอน 9 โมงยังไม่หิวเลยครับเตี้ยอยู่กับพี่ชายด้วยความปลาบปลื้มที่เห็นชายผ้าเหลืองสักพักก็ลากลับตอนจะกลับถ้าสมบัติก็จับมือน้องชายที่ยกมือไหว้ให้เตี่ยเอ็งต้องอดทนกับทุกสิ่งทุกอย่างนะดูแลพ่อแม่ด้วยถึงฉันจะโดนดุโดนด่ายังไงเขาก็เป็นพ่อแม่เรานะเดี๋ยวสึกออก

ไปหลวงพี่จะไม่ด่าไม่ว่าเอ็งแล้วล่ะพระสมบัติว่าอย่างนั้นนับเป็นครั้งแรกที่พี่ชายจับมือเตี้ยมันสร้างความตื้นตันให้กับเตี้ยจนน้ำตาไหลรู้สึกอบอุ่นใจเหลือเกิน เป็นเรื่องจริงที่ว่าเราเองนั้นไม่สามารถเลือกได้ว่าจะเกิดเป็นใคร

เกิดในบ้านคนรวยมั่งมีหรือเกิดในบ้านผู้มีเกียรติ หรือจะเกิดในรูปร่างหน้าตาที่ตนพึงพอใจได้ ไม่สามารถเลือกได้อย่างแท้จริง มีความจริงเพียงข้อเดียวคือเราสามารถประพฤติปฏิบัติตัวด้วยศีลธรรมอันดีงามหรือยึดในความดีนั่นเองการเป็นคนดีนั้นทำยากแต่ถึงกระนั้นเราก็ต้องทำไม่อย่างนั้นเราก็จะไม่ต่างอะไรกับเดรัจฉาน ซึ่งก็คงเรียกได้ว่าเกิดมาอย่างเสียชาติเกิดโดยแท้

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook

นานาสาระ ล่าสุด
โรงเรียนบ้านโป่งเจ็ด
โรงเรียนบ้านโป่งเจ็ด
โรงเรียนบ้านโป่งเจ็ด
โรงเรียนบ้านโป่งเจ็ด